«

»

Sep 12

Trust – “ภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยมสุดเข้มข้นที่ครอบครัวยุคออนไลน์ต้องดูให้ได้ !!!”

Trustภัยร้ายที่เข้าถึงคนที่คุณรักได้เงียบที่สุดจนคุณไม่คาดคิด !
ระดับความน่าสนใจ : A
[บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์]


Trust“Trust” เป็นภาพยนตร์ดราม่าสะท้อนปัญหาสังคมเกี่ยวกับภัยจากโลกออนไลน์ที่นำเสนอได้อย่างตรงจุด ทั้งยังเต็มไปด้วยการเล่าเรื่องราวที่แม้จะเรียบง่ายแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความน่าติดตามและรายละเอียดของเนื้อหาตลอดจนอารมณ์ตัวละครได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากจะน็อคผู้ชมด้วยเนื้อหาที่ ‘จริง’ จนชวนให้ตระหนักแล้ว หนังยังมาพร้อมบทสรุปของเรื่องที่ปิดตัวได้เยี่ยมไม่แพ้กัน

เรื่องราวเริ่มจากครอบครัวแสนสุขอันประกอบไปด้วย Will พ่อที่เป็นพนักงานบริษัทใหญ่โตมั่นคง , Lynn ผู้เป็นแม่ และลูกๆอีก 3 คน ได้แก่ Peter พี่ชายคนโตที่กำลังก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย , Annie ลูกสาววัย 14 ปีที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ และ Katie น้องสาวคนสุดท้องวัยกำลังซน ซึ่งในคืนงานวันเกิดครบ 14 ปีของ Annie นั้น Will ให้ของขวัญแก่ลูกสาวแสนรักคนนี้เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ Macbook ตัวใหม่ล่าสุด โดยที่ท่ามกลางบรรยากาศความสุขเหล่านี้ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าภัยร้ายกำลังจะมาเยือน เมื่อ Annie เริ่มเสพติดการแชทในสังคมออนไลน์กับผู้ชายคนหนึ่งที่ใช้นามว่า Charlie ก่อนจะจบลงที่ทั้งคู่ตักสินใจนัดเจอกัน และนั่นเป็นที่มาของการที่ครอบครัวของเธอต้องแตกเป็นเสี่ยงๆด้วยความปวดร้าวจนยากจะบรรยาย

 

Trustครอบครัวของ Will นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากเขาและภรรยามีการงานมั่นคงและใช้เวลาอยู่กับลูกๆอยู่เสมอเท่าที่จะทำได้ ส่วน Peter ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้, Annie นอกจากเรียนเก่งแล้วเธอยังมีความสามารถด้านกีฬาวอลเล่ย์บอลอีกด้วย ส่วน Katie ก็เป็นเด็กตัวน้อยที่ฉลาดและร่าเริงสมวัย แต่สิ่งที่ทำให้ปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นก็เพราะการที่ Annie เป็นสาววัยแรกรุ่นทำให้เธอมาพร้อมความรู้สึกอยากจะเป็น ‘ใครสักคน’ ที่โดดเด่นและมีค่าเหนือใครในสายตาผู้อื่น เพราะแม้เธอจะเก่งไปทุกเรื่อง แต่การที่เธอไม่มีแฟนและไม่ได้เข้ากลุ่มกับบรรดาสาวฮอทของโรงเรียนก็ทำให้เธอเก็บมาคิดว่าตัวเองมีอะไรด้อยไปกว่าคนอื่นหรือเปล่าอยู่บ่อยๆ บวกกับการที่เธอมองการแสดงความเป็นห่วงของพ่อกับแม่ในบางเรื่องที่ดูมากเกินไปในสายตาเธอ  โดยเฉพาะการแต่งกายที่ห้ามโป๊หรือโชว์สัดส่วนมากเกินไป (หนังนำเสนอผ่านฉากของขวัญวันเกิดชิ้นหนึ่งของ Annie ที่เป็นชุดสายเดียวสีดำตัวหนึ่งซึ่งเมื่อ Will เห็นเขาออกปากว่าชุดตัวนี้โป๊เกินไปที่จะให้ลูกสาวคนนี้ใส่ กับ ฉากที่ Annie ไปช็อปปิ้งซื้อบราแนวลูกไม้สีสันฉูดฉาดมาแต่ถูกแม่ของเธอท้วงติงว่าบราแบบนี้ดูเกินวัยไปสำหรับเธอ) เหล่านี้ว่าเป็นการกระทำที่เหมือนว่าไม่มีใครสักคนที่จะอยู่ข้างเธอและมองเธอในแง่ที่เธออยากให้มองบ้าง

เมื่อความคิดนี้มารวมกับความคิดที่ว่าการที่ไม่มีผู้ชายคนไหนมาจีบเธอเลยอาจเป็นเพราะเธอมีบางอย่างในตัวที่ ‘ผิดปกติ’ โดยเธอพุ่งเป้าทั้งหมดไปที่เรื่องของความหน้าตา และ ความสวยของรูปร่างเป็นหลัก นั่นทำการเข้ามาของ Charlie หนุ่มที่เธอพบเจอโดยบังเอิญจากการแชทในห้อง “TeenChat” ทำให้เธอรู้สึก ‘มีค่า’ กว่าที่คนรอบตัวมองเธอ เนื่องจากเธอคิดว่าการที่ Charlie คอยให้กำลังใจและคำปรึกษาด้านกีฬาแก่เธอ รวมไปถึงหลังจากที่เธอส่งภาพถ่ายตัวเองไปให้ Charlie ได้ดูแล้ว การที่  Charlie เฝ้าชมถึงใบหน้าและรูปร่างที่สวยงามของเธออยู่ตลอดทำให้เธอยิ่งคิดไปว่าเขาคนนี้คือคนพิเศษที่มองเธอในสิ่งที่เธอเป็นอย่างแท้จริง

 

Trustสิ่งที่หนังนำเสนอได้น่าทึ่งอีกอย่างก็คือการให้ตัวละคร Annie หลังเกิดเรื่องทั้งหมดขึ้นแล้ว และตำรวจตั้งข้อหาจับ Charlie (แน่นอนว่า Charlie คือชื่อปลอม และเจ้าตัวคือชายหนุ่มวัย 35-40 ปีที่ไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐานอะไรไว้เลย) ในข้อหาข่มขืนและพรากผู้เยาว์ และให้ Annie เข้าร่วมในกระบวนการสอบสวนเพื่อตามล่าภัยสังคมคนนี้มาลงโทษให้ได้ก่อนจะมีเหยื่อรายต่อไป แต่ในมุมมองของ Annie เธอกลับมองเรื่องที่เกิดขึ้นี้เป็นเรื่องปกติ พร้อมยังต่อว่าพ่อกับแม่ของเธอว่าชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ นั่นทำให้เธอต้องมาพบจิตแพทย์เพื่อให้สภาพจิตใจเธอดีขึ้นแม้เธอจะมองว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและความรู้สึกที่เธอมีต่อ Charlie เป็นความรักที่เกิดขึ้นจริง ในทุกๆฉากที่ตัวละคร Annie พูดคุยกับจิตแพทย์ถึงความคิดที่เธอมองพ่อและแม่ผิดไปทุกเรื่อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Charlie คือความรักจริงๆที่ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องอายุ ซึ่งเธอมองไปไกลถึงการที่ว่าพ่อของเธอจะต้องชอบ Charlie แน่ๆถ้าพวกเขาได้เจอกัน โดยสิ่งเดียวที่ Annie ไม่พูดถึงเลยคือเหตุการณ์การมีเซ็กส์กับ Charlie ในครั้งนั้น ผู้ชมจะรู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่ Annie กำลังพูดอยู่นี้ แม้เธอจะพูดอย่างปกติและมองทั้งหมดนี้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาแต่ในมุมมองของผู้ชมและจิตแพทย์แล้ว เธอไม่ปกติเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากที่เธออายุยังน้อยแต่เชื่อแบบ ‘ฝั่งใจ’ กับความสัมพันธ์ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง, การคิดว่าเธอยังเป็น ‘คนพิเศษ’ สำหรับ Charlie อยู่เสมอทั้งไม่คิดว่านี่คือการข่มขืน และการไม่เข้าใจถึงกลไกลป้องกันตัวทางจิตที่เกิดขึ้นกับเธอในขณะนี้ ก่อนที่ช่วงเวลาสุดท้ายของหนังมาถึงที่เธอได้รับรู้ว่าแท้จริงว่าคนที่มองเธอมีค่าและรักเธอยิ่งกว่าใครไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากคนในครอบครัวของเธอเอง

 

Trustด้าน Will เขาคือคนที่เจ็บปวดและแทบจะขาดใจตายในทุกวันหลังจากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกสาวคนนี้ เขาเริ่มนอนไม่หลับ , เริ่มค้นหาข้อมูลพวกโรคจิตที่ชอบทำอนาจารผู้หญิงในระแวกใกล้เคียง , หมกมุ่นในการสืบหาคนร้ายจนไม่เป็นอันทำงาน จนกระทั้งเกิดภาพหลอนบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ การที่เขาเป็นเช่นนี้ยิ่งทำให้เขาดูแย่ในสายตาของ Annie ซึ่งเธอมองว่าพ่อคนนี้กลับตอกย้ำถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นและไม่พยายามที่จะเข้าใจตัวเธอเลย จนสุดท้าย Will ก็ต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อระบายความในใจว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนี้เขารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เขารู้สึกโกรธไอ้โรคจิตที่ทำลายชีวิตลูกสาวของเขาจนอยากจะฆ่ามันให้ตายคามือ , เขาโกรธกระบวนการสืบสวนของตำรวจที่ล่าช้า , โกรธที่ลูกสาวไม่บอกเรื่องนี้ให้เขารู้ในวันที่ไปนัดเจอกับ Charlie และที่เขาโกรธที่สุดคือ การที่เขาไม่รู้ว่ามีสิ่งไม่ดีกำลังเกิดขึ้นกับลูกสาวคนนี้ และโกรธตัวเองที่ไม่สามารถดูแลลูกสาวคนนี้ได้ตลอดเวลา

 

การที่ผู้เป็นพ่อและแม่จะดูแลและอยู่ด้วยกันกับลูกตลอดเวลานั้น แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อเด็กโตขึ้นจนเข้าสู่วัยรุ่นพวกเขาก็ต้องมีสังคมที่กว้างขึ้น ต้องออกไปเรียนต่อและใช้ชีวิตยังโลกภายนอก ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดที่ครอบครัวจะทำได้คือการคอยให้ความรักและดูแลกัน เราสอนลูกให้รู้จักแก้ปัญหาและรับมือกับมันได้ แต่เราไม่สามารถควบคุมปัจจัยอื่นจากภายนอกได้ นั่นทำให้เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ยามที่ครอบครัวเกิดความเจ็บปวด สิ่งเดียวที่เราจะทำได้คือการอยู่เพื่อกันและกัน ผยุงกันขึ้นเมื่อใครคนหนึ่งล้มลงไปนั่นเอง

 

Trustหนังมีฉากการนำเสนอเชิงการอุปมาอุปมัยที่น่าสนใจอยู่หลายฉากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ตัวละคร Will และ Lynn ต้องคอยเช็คและเตือนกันตลอดทุกคืนก่อนนอนว่าพวกเขาเปิดสัญญาณรักษาความปลอดภัยในบ้านแล้วหรือยัง เพื่อที่จะได้อุ่นใจว่าทุกคนในครอบครัวจะปลอดภัยในบ้านหลังนี้ยามค่ำคืน แต่หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นกับ Annie แล้ว คืนนั้นหนังนำเสนอให้ผู้ชมเห็นภาพ Will ที่กำลังจะเปิดสัญญาณรักษาความปลอดภัยในบ้านก่อนเข้านอนอย่างเช่นทุกครั้ง แต่บัดนี้สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและสับสนอย่างเห็นได้ชัด เพราะ ‘สัญญานเตือนภัย’ นี้ไม่สามารถปกป้องหรือเตือนคนในครอบครัวนี้ได้เลย

 

Trustอีกฉากที่หนังนำเสนอด้วยงานด้านภาพที่เยี่ยมมากๆ คือ ฉากแสงไฟจากภายนอกส่องผ่านช่องผ้าม่านจากหน้าต่างห้องนอนของ Annie มายังที่ใบหน้าของเธอที่กำลังนอนอยู่บนเตียง หลังจากเกิดเรื่องทั้งหมดขึ้นแล้ว ฉากนี้อาจจะดูเป็นฉากเหงาๆเศร้าๆที่ไม่มีอะไรมาก แต่ถ้ามองดีๆแล้วจะพบความหมายที่ซ่อนอยู่ซึ่งสะท้อนให้ผู้ชมได้ตระหนักว่า ‘ภัยจากโลกออนไลน์’ ก็ไม่ต่างไปจากแสงไฟที่ส่องผ่านมาตามช่องเล็กๆของหน้าต่างยามค่ำคืนแต่อย่างใด เพราะแสงเหล่านี้สามารถเข้ามาถึงตัวเราได้เงียบโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว พร้อมทั้งสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในจิตใจเราเล็กๆต่อแสงนี้ว่าเป็นความสว่างยามค่ำคืนที่ส่องมาให้เราได้รู้สึกดี หรือ เป็นเพียงสิ่งรบกวนที่เราไม่เคยสังเกตกันแน่ ไม่ต่างจาก ‘การแชท’ ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวของมัน อยู่ที่ว่าตัวเราจะตระหนักถึงมันทั้ง 2 ด้านหรือไม่นั่นเอง

 

นอกจากนี้ในด้านการลำดับและนำเสนอเรื่องราก็จัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะการใส่ลูกเล่นเล่าเรื่องราวของครอบครัว Will ประจำวัน ไปพร้อมกับการขึ้นตัวอักษรการสนทนาแชทออนไลน์ระหว่าง Annie กับ Charlie ไปพร้อมๆกัน

 

“Trust” มีฉากจบของเรื่องที่ตรึงใจและกระแทกอารมณ์ผู้ชมกับภาพ Will และ Annie นั่งพูดคุยที่ข้างริมสระว่ายน้ำถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา ก่อนที่ Will จะเล่าถึงเหตุการณ์การลงเล่นน้ำครั้งแรกของ Annie เมื่อตอนเธออายุ 2 ขวบ ว่าเธอมีความกล้ามากกว่าใครๆในครอบครัว เพราะแม้น้ำจะลึกแค่ไหนแต่เธอก็กล้าที่จะลงไปเล่นและสนุกกับมันอย่างมั่นใจ ซึ่ง Will ได้แต่ภาวนาให้ความกล้าในครั้งนั้น เป็นแรงพลักดันในลูกสาวคนนี้มี ‘ความมั่นใจ’ ในตัวเองสำหรับการดำเนินชีวิตในวันที่โตขึ้น แต่ ณ เวลานี้เขากลับได้แต่ร้องไห้ขอโทษลูกสาวด้วยนำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้ลูกสาวคนนี้มีเสี้ยววินาทีที่คิดว่าตัวเองไม่สมบูรณ์และไม่มีค่าให้สายตาใคร ก่อนที่ Annie จะร้องไห้และเข้าสวมกอดผู้เป็นพ่อพร้อมกล่าวขอโทษเช่นกันที่มองไม่เคยเห็นความหวังดีและความรักที่ครอบครัวนี้มีให้เสมอมา ก่อนที่หนังจะค่อยๆถอยภาพมุมกว้างออกมาให้ผู้ชมได้เห็น ‘ราวจับของสระว่ายน้ำ’ (ราวที่ใช้พยุงเวลาจะขึ้นจากสระ) โดยมีภาพพ่อลูกที่กำลังร้องไห้กอดกันด้วยความเข้าใจในเช้ามืดของวันใหม่ที่กำลังมาเยือน ทั้งหมดนี้เป็นการบอกนัยๆแก่ผู้ชมแล้วว่า ครอบครัวนี้กำลังจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายนี้ไปด้วยกัน และพวกเขาต่างกำลังพยุงกันและกันให้กลับมาลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง

 

 คำว่า ‘ครอบครัว’ แม้จะเป็นคำๆเดียว แต่เป็นคำที่หมายถึงการรวมคนหลายคนที่มีความผูกพันธ์และรักกันมากที่สุดเข้าด้วยกัน ฉะนั้นเมื่อมีใครสักคนในครอบครัวเกิดปัญหา ก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหานั้นเป็นของ ‘เขา’ หรือ ‘เธอ’ คนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นปัญหาของ ‘เรา’ ที่ต้องร่วมกันแก้ไขและช่วยเหลือกันเพื่อนำพาให้คนที่เรารักผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นไปให้ได้

 

Trust“Trust” มาพร้อมฉาก Credit จบที่นำเสนอด้วยภาพชีวิตประจำของ Charlie ว่าแท้จริงแล้วในโลกของความจริงชายคนนี้เป็นใคร แม้หนังจะไม่มีข้อสรุปให้ว่าภัยสังคมคนนี้จะถูกจับกุมหรือไม่ แต่ก็เป็นความฉลาดในการปิดเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะมันสะท้อนถึงความน่ากลัวที่ว่า ‘พวกโรคจิต’ ในโลกออนไลน์เป็นใครก็ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง นับเป็นฉากจบที่เรียบง่ายที่น่ากลัวในความรู้สึกอย่างแท้จริง

โดยรวมแล้ว “Trust” คือผลงานดราม่าคุณภาพสูงที่นำเสนอได้อย่างยอดเยี่ยมและตีแพร่ภัยสังคมจากโลกออนไลน์ได้อย่างเด็ดขาด เหมาะสำหรับสังคมทุกวันนี้ที่โลกออนไลน์กลายมาเป็นครึ่งหนึ่งของโลกแห่งความจริงในชีวิตหลายๆคน ซึ่งจะทำให้คุณตระหนักว่าภัยร้ายเข้าถึงตัวคุณและคนในครอบครัวคุณได้ง่ายไม่ต่างแสงไฟที่สาดส่องเข้าห้องนอนตามม่านหน้าต่างยามค่ำคืนแต่อย่างใด

 

 

Comments

2 comments

1 ping

  1. Mango Stikky Rice

    ระดับความน่าสนใจ : A

    แหม…จะไปดูได้ที่ไหนครับเนี่ย

  2. admin

    ฉายแค่ลิโด้เท่านั้น น่าเสียดายมากๆ T T

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Connect with Facebook

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>