ชีวิตจะดำเนินต่อไปได้อย่างไร หากมันไม่เหมือนเดิมอย่างที่เคย
ระดับความน่าสนใจ: B+
ชื่อเรื่อง : Soul Surfer โซล เซิร์ฟเฟอร์- หัวใจกระแทกคลื่น
ปีที่ออกฉาย / วางจำหน่ายในประเทศไทย : 2011
.
ภาพยนตร์สร้างมาจากเรื่องจริงของ นักโต้คลื่นสาววัยรุ่น Bethany Hamilton ผู้ที่หลงรักในการโต้คลื่นเป็นชีวิตจิตใจ แต่ระหว่างกำลังเป็นดาวรุ่งมาแรงระดับประเทศที่ถูกจับตามองนั้น อุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อการลงเล่นเซิร์ฟครั้งล่าสุด Bethany ถูกฉลามกัดจนบาดเจ็บสาหัส และแม้เธอจะรอดชีวิตมาได้ดั่งปาฏิหาริย์แต่ก็ต้องสูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง ซึ่งนั่นหมายถึงการสูญเสียด้านร่างกายนี้เป็นอุปสรรคใหญ่ในการเล่นเซิร์ฟอย่างแน่นอน แต่ด้วยหัวใจที่สู้ไม่ถอย และ ศรัทธาที่ไม่เคยหมด ทำให้เธอสามารถกลับมาคว้าแชมป์การแข่งขันระดับประเทศจนได้ และกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับล้านทั่วโลก !
.
“Soul Surfer” คือผลงานสุดฮิตอีกเรื่องประจำปี 2011 ที่ได้ Sean McNamara (แห่ง Raise Your Voice และ Bratz ) มารับหน้าที่กำกับ รวมไปถึงทีมนักแสดงที่น่าสนใจ นำโดย AnnaSophia Robb กับบทบาทที่ท้าทายในการสวมบทเป็น Bethany Hamilton ซึ่ง Robb เองก็ถือว่ามอบการแสดงที่น่าพอใจในบทหญิงสาวที่ต้องเอาชนะอุปสรรคด้านร่างกายและจิตใจเพื่อทำความฝันให้เป็นจริงได้อย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะในฉากที่ต้องแสดงอารมณ์ความเศร้าผ่านทางสายตา และแน่นอนว่าสาว Robb คือนักแสดงที่โดดเด่นที่สุดของเรื่องอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนรายอื่นๆทั้ง Helen Hunt และ Dennis Quaid ก็ถือว่าเล่นได้ตามมาตรฐานในบทพ่อแม่ที่ต้องเป็นกำลังใจให้กับลูกในช่วงวิกฤต ปิดท้ายกับ Carrie Underwood กับการแสดงครั้งแรกนี้ก็ถือว่าค่อนข้างธรรมดา ไม่มีอะไรให้พูดถึงมากแต่อย่างใด
.
หนังมาพร้อมคำถามหนึ่งที่ผู้ชมและตัวละครในเรื่องต้องช่วยกันหาคำตอบนั่นคือ ‘ชีวิตจะดำเนินต่อไปได้อย่างไร หากมันไม่เหมือนเดิมอย่างที่เคย’ เพราะ ไม่เฉพาะตัวละคร Bethany เท่านั้นที่ตกอยู่ในฐานะผู้สูญเสียที่ต้องเสียแขนไปหนึ่งข้าง แต่เหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจทุกคนในครอบครัว ตลอดจนเพื่อนและคนใกล้ชิดทั้งหมดอีกด้วย
ภาพที่ Bethany มองเห็นก่อนที่จะสิ้นสติไปหลังเสียเลือดมากจากการถูกฉลามกัด คือ เธอกำลังโต้อยู่ในวงคลื่นลูกใหญ่อันแสนสวยงาม แต่เมื่อเธอกำลังจะลอดผ่านวงคลื่นนี้ แสงสว่างก็สาดส่องเข้ามายังนัยน์ตาจนเธอแทบมองมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ว่าสุดท้ายแล้วเธอสามารถฝ่าวงคลื่นออกมาได้ หรือ ถูกคลื่นซัดจนจมลงไปใต้ทะเลกันแน่ ฉากนี้เหมือนจะบอกผู้ชมและตัว Bethany เองว่า เวลานี้เธอเริ่มมองไม่เห็นอนาคตในการได้กลับมาเล่นเซิร์ฟอีกต่อไป ก่อนที่หนังจะนำภาพนี้กลับมาให้ชมกันอีกครั้งพร้อมเผยให้เห็นถึงผลลัพธ์ของภาพนี้ว่าลงเอยเช่นใดในนาทีสุดท้ายของเรื่อง
.
หลัง Bethany กลับมาเผชิญโลกอีกครั้งด้วยแขนที่เหลือเพียงข้างเดียว เธอก็ค่อยๆพบความเจ็บปวดจากชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมขึ้นทีละน้อย อย่างการที่เธอไม่สามารถทำอะไรง่ายๆอย่างการหั่นผัก หรือแม้แต่เปิดถุงขนมปังได้เลยในฉากที่ทุกคนในครอบครัวกำลังเตรียมอาหารกัน หรือ แม้แต่การไปช็อปปิ้งที่เธอก็พบปัญหาในการหยิบของอยู่เสมอ รวมไปถึงการการที่เธอไม่สามารถดีดกีต้าร์ได้อย่างเดิม แต่สิ่งที่ทำให้เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ คือการเลือกที่จะ ‘ศรัทธา’ และ ‘เชื่อมั่น’ ในตัวเองว่าเธอสามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ได้ ขอเพียงใจเธอยังสู้ จนเธอเริ่มปรับตัวกับชีวิตใหม่นี้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
.
ส่วนด้านการเล่นเซิร์ฟนั้น ต้องบอกว่าครอบครัวของ Bethany ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของการให้กำลังใจกับคนในครอบครัวด้วยกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นพ่อและแม่ ตลอดจนพี่ชายของเธอ ก็ล้วนคอยให้กำลังใจและไม่เคยค้านในสิ่งที่เธออยากจะลองทำแต่อย่างใด กำลังใจทั้งหมดทำให้ Bethany สามารถขึ้นมายืนและทรงตัวอยู่บนกระดานเซิร์ฟได้อีกครั้ง แม้จะไม่สมบูรณ์อย่างที่เคยก็ตาม แต่เธอก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันเซิร์ฟระดับภูมิภาค แม้การได้มีโอกาสได้ลงโต้คลื่นบนทะเลอีกครั้งจะเป็นเรื่องที่โชคดีจนแทบไม่มีใครเชื่อก็ตาม แต่การที่เธอได้รับความพ่ายแพ้ในการแข่งขันครั้งแรกหลังเหลือแขนข้างเดียวนี้ก็ทำให้เธอเริ่มหมดความเชื่อที่ว่า เธอจะสามารถกลับมาเล่นได้ ‘เหมือนเดิม’ อย่างที่เคยเป็นในอดีต
.
ความผิดหวังนี้ทำให้เธอเริ่มคิดที่จะเลิกเป็นนักเซิร์ฟอีกต่อไป จนกระทั่งเธอได้มีโอกาสมาเป็นหน่วยอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศไทย จากเหตุการสึนามิถล่มภูเก็ต การที่ Bethany ได้มาเห็นภาพความสูญเสียของผู้คนจำนวนนับร้อย นับพันที่ต้องไร้ที่อยู่และพบการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปจากภัยธรรมชาติครั้งใหญ่นี้ ทำให้เธอเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงที่เธอควรตระหนักในเวลานี้ว่า การเล่นเซิร์ฟอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดหลังการที่เธอต้องสูญเสียแขนไป เพราะความสูญเสียก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ที่เราต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เธอยังมีชีวิตอยู่ และใช้ชีวิตนี้ให้มีความสุข สุขกับสิ่งทีเรายังสามารถทำได้ ไม่ใช่ทุกข์อยู่แต่สิ่งที่สูญเสียไปอย่างไม่มีวันกลับคืน เหตุการณ์นี้ทำให้เธอเลือกที่จะกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง ก่อนที่สุดท้ายจะคว้าแชมป์ระดับประเทศมาครองได้อย่างภาคภูมิใจ
‘ชีวิตก็เหมือนการโต้คลื่น เวลาที่เราถูกคลื่นถาโถมเข้าใส่ เราก็ต้องรีบลุกขึ้นยืนและออกมาจากฟองคลื่นให้เร็วที่สุด เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าคลื่นลูกต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าเรามีความเชื่อมั่น ทุกอย่างก็เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรทั้งนั้น’
.
ประโยคข้างต้นของ Bethany Hamilton ในฉากสุดท้ายของเรื่องนับเป็นข้อสรุปที่ดีและชัดเจนที่สุดของเรื่องราวนี้ เพราะชีวิตเมื่อพบเจอกับปัญหาจนต้องสะดุดลง เรามี 2 ทางเลือกที่จะจัดการกับปัญหานี้ คือไม่เลือกที่จะจมไปกับมัน ก็ต้องฮึดที่จะยืนหยัดฝ่าไปให้ได้ และถ้าเราสามารถผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้แล้ว ด้วยความมั่นใจและศรัทธาที่เรามีจะทำให้เราแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับคลื่นชีวิตลูกต่อไปที่อาจจะมาถึง
โดยรวมแล้ว “Soul Surfer” จัดเป็นภาพยนตร์ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบัลดาลใจในชีวิตที่ดีเรื่องหนึ่ง พร้อมทำให้เราได้ตระหนักว่าบางครั้งชีวิตเราก็เจอเรื่องเลวร้ายโดยไม่คาดฝัน แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ สิ่งดีๆจากเรื่องร้ายนี้ก็จะเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน

1 comment
Chamjuree
June 17, 2012 at 6:34 pm (UTC 7) Link to this comment
I love Bethany Hamilton. Chamjuree Tippracha. Thailand.