«

»

Apr 10

In the Name of the King 2: Two Worlds – “Uwe Boll กลับมาแล้วในศึกนักรบกองพันปีศาจ 2 !!”

Dolph Lundgren ในภาคต่องานที่(คง)ไร้ซึ่งใครรอคอย และ ไม่รู้ว่าจะสร้างมาทำไม !?
ระดับความน่าสนใจ : D+

ชื่อเรื่อง : In The Name of The King 2 ศึกนักรบกองพันปีศาจ2
ปีที่ออกวางจำหน่ายในประเทศไทย : 2012

.

ผู้กำกับ Uwe Boll กลับมาอีกครั้งในการนำภาคต่อของ “In the Name of the King: A Dungeon Siege Tale” ปี 2007 อีกหนึ่งงานเจ็งถล่มทลายแห่งปีนั้นมาขึ้นจออีกครั้ง โดยภาคแรกมาพร้อมทุนสร้างกว่า $60 ล้าน พร้อมได้ทีมนักแสดงดังอย่าง Jason Statham , Leelee Sobieski และ Ron Perlman มารับบทนำ แต่ขึ้นชื่อว่า Uwe Boll ทำให้ไม่แปลกใจที่หนังจะมาพร้อมความย่ำแย่ของบทและความบันเทิงที่แทบสัมผัสไม่เจอ โดยใน “In the Name of the King 2: Two Worlds” นี้แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นภาคต่อ แต่ก็ไม่มีเนื้อหาหรือตัวละครใดที่เชื่อมโยงกันกับหนังภาคแรกแต่อย่างใด ทั้งในส่วนของนักแสดงก็เป็นชุดใหม่หมด ทั้ง Dolph Lundgren และ Natassia Malthe (สาวคนนี้เป็นขาประจำในหนัง ผกก. Boll  ก็ว่าได้ ตัวอย่างงานที่หลายคนจำเธอได้คือ 2 ภาคต่อของ Bloodrayne ของ Boll นั่นเอง)

.

หนังว่าด้วยเรื่องราวของ Granger หนุ่มผู้มีความสามารถด้านการต่อสู้ที่ถูกมนต์ดำดึงตัวจากโลกยุคปัจจุบันมายังโลกยุคโบราณ พร้อมกับคำทำนายที่ว่า บุรุษจากอนาคตจะเป็นผู้กอบกู้โลกนี้และต้อสู้กับพลังอำนาจมืดที่กำลังแพร่กระจายไปทั่ว โดยมี Manhatten หมอหลวงสาวคอยให้ความช่วยเหลือ ก่อนที่ Granger จะค้นพบความจริงที่ว่าตัวเองเป็นทายาทของกษัตริย์ที่แท้จริงของแผ่นดินนี้ และกษัตริย์ Raven ที่ปกครองอยู่ตอนนี้แท้จริงแล้วเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความชั่วร้ายทั้งปวง ทั้งหมดนี้ทำให้ Granger ต้องจับดาบลุกขึ้นสู้เพื่อช่วยเหลือประชาชน รวมไปถึงหาทางกลับอนาคตไปพร้อมๆกัน

.
.

“In the Name of the King 2: Two Worlds” เป็นการเปลี่ยนแนวทางจากหนังแอกชั่นแฟนตาซีในภาคแรกมาเป็นหนังเดินทางข้ามเวลาและวีรบุรษจำเป็นอย่างเต็มตัว แต่นั่นไม่ทำให้หนังมีความน่าสนใจขึ้นเลย เพราะนอกจากเนื้อหาที่แทบไม่มีอะไรในกอไผ่แล้ว ในส่วนของคิวบู๊หรือฉากแอกชั่นที่น่าจะมาทดแทนในส่วนของบทได้กลับถูกนำเสนอได้น่าผิดหวังหนักเข้าไปอีก เพราะ Dolph Lundgren กับการเดินสะบัดดาบไปมาเหมือนคนเพิ่งสร่างเมากับเหล่านักรบในเรื่องเป็นภาพที่ออกมาไม่น่าดูชมเอาสะเลย แม้หนังจะมีในส่วนของสัตว์ประหลาดโผล่มาให้แปลกใจเล็กน้อยท้ายเรื่อง แต่ก็ไม่ทำให้ภาพรวมของหนังดีแม้แต่น้อย

.
.

หากถึงความสมเหตุสมผลยิ่งไปกันใหญ่ อย่างการที่หญิงชราผู้วิเศษบอกกับ Granger ตัวเอกของเรื่องว่าเขาคือทายาทที่แท้จริงของกษัตริย์องค์ก่อนที่นางช่วยชีวิตไว้ด้วยการนำเขาเดินทางไปทิ้งไว้ในโลกอนาคต และตอนนี้เขากำลังถูกกษัตริย์ Raven หลอกใช้ ซึ่งตัวเอกของเราได้ฟังก็ปักใจเชื่อและเปลี่ยนไปอยู่อีกฝ่ายในทันที กล่าวง่ายๆคือหนังเดินเรื่องไปข้างหน้าโดยไม่มีการลงรายละเอียดให้ผู้ชมเลย

ผู้กำกับ Uwe Boll อาจจะนับว่าเป็นผู้กำกับที่มาพร้อมดวงที่สุดของหนึ่งของวงการ เพราะแม้จะเป็นเจ้าของฉายา ผู้กำกับที่ทำหนังได้ห่วยที่สุด (ควบตำแหน่งเจ้าพ่อหนังจากเกมอีกด้วย อาทิ Far Cry , Alone in the Dark  และ House of the Dead) แต่ก็ยังมีนักลงทุนใจปล้ำให้ทุนก้อนใหญ่มาสนับสนุนให้พี่แกสร้างสรรค์ผลงานมาป้อนตลาดหนังใหญ่และดีวีดีอยู่อย่างต่อเนื่อง แถมยังสามารถดึงนักแสดงดัง (และเคยดัง) หรือมีชื่อมีร่วมงานได้อยู่บ่อยครั้ง แม้ตอนนี้ Boll จะฝังตัวอยู่ในแวดวงหนังเกรด B มาพักใหญ่แล้วก็ตาม โดยเน้นเข็นผลงานภาคต่อจากงานดังในอดีตของตน อย่าง BloodRayne หรือล่าสุดก็คือ In the Name of the King 2 เรื่องนี้นี่เอง

.

โดยรวมแล้ว “In the Name of the King 2: Two Worlds” เป็นอีกหนึ่งผลงานที่การันตีด้วยชื่อ Uwe Boll ว่าหนังเต็มไปด้วยการเดินเรื่องที่ไร้เหตุผล ขาดความน่าติดตาม โปรดักชั่นอันแสนหลอกตา และ ไม่มีความบันเทิงใดๆที่สัมผัสได้เลย งานนี้หากใครเป็นแฟน Boll ก็อาจหามาชมพิสูจน์ความ ‘ห่วย’ ได้ด้วยตาตัวเอง แต่นอกเหนือจากนั้นแนะนำว่าเอาเวลาไปหยิบหนังเรื่องอื่นมาชมจะดีที่สุด

ปล . เราเตือนคุณแล้ว !

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Connect with Facebook

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>